My Se7en experience :: Honey I Know...you're looking at me (2)
posted on 16 Feb 2006 21:34 by jajablink in JournalBGM: Se7en - 2 steps
---------------------------
รถตู้เลี้ยวเข้ามาในบริเวณโรงแรม สิ่งมีชีวิตดุกดิกหกตัวค่อยกระดึ๊บๆลงมาจากรถ สูดอากาศภายนอกให้ฉ่ำปอดหลังจากนั่งรถกันมาสามชั่วโมงรวด
...ฮึบ...
...เสร็จแล้วก็มองหน้ากันและกัน...
ไป!
ทริปนี้ ถ้าจะให้พูดจริงๆก็คือ พี่ดีใจมากๆที่น้องเชอร์รี่มาด้วย พี่จ้าชื่นชมจริงๆในความคล่องตัวของน้อง ถ้าเป็นพี่พี่อาจนึกไม่ออกว่าจะต้องทำยังไงต่อ ลงจากรถแล้ว น้องก็ตรงดิ่งเข้าไปที่เคาน์เตอร์ทันที
"พี่คะ มากินข้าวค่ะ ที่จองโต๊ะเอาไว้"
เรื่องของเรื่องคือ พวกเราคิดว่าเซเว่นจะมาถ่ายโฆษณาที่บริเวณสระน้ำของโรงแรม ห้องอาหารของโรงแรมนี้อยู่ติดกับสระน้ำ สามารถทัศนาวิวสระน้ำได้อย่างชัดแจ้ง เป็นโลเกชั่นที่เหมาะจะส่องสิ่งทีชีวิตเจิดจ้าซะจริงๆ เชอร์รี่ก็เลยจัดแจงโทรศัพท์ไปจองที่นั่งริมกระจกห้องอาหารซะเสร็จสรรพ เรื่องเหมือนจะง่ายนะ...
....แต่การณ์หาได้เป็นเช่นนั้นไม่...เรานั่งรอแล้วรอเล่าอยู่ในห้องอาหาร จิ้มๆไก่อบตะไคร้โคตรอร่อยตรงหน้า (ถึงจะไปตามดารา เราก็ไม่ลืมว่าจานนี้อร่อยนะ) จนเกลี้ยง ก็ยังไม่เห็นแม้แต่ปลายลำแสงออร่าจากตัวพี่แก สุดท้าย เพราะอดรนทนไม่ไหว อุ้ม ตาล เชอร์รี่ก็ทิ้งสมาชิกสมาคมนักกินแห่งประเทศไทยหัวใจเกาหลีอย่างฉันและพี่ลิน รวมทั้งที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของสมาคมฯอย่างไอ่ปูไว้ตรงโต๊ะนั่นล่ะ แล้วพวกเขาก็ออกไปสืบข่าวที่ด้านนอกกัน
หลังจากที่ไอ้จ้ากะพี่ลินและปูถูกทิ้งให้นั่งรับประทานกันอิ่มหมีพีมันอยู่ที่โต๊ะ ข่าวล่ามาเร็วก็มาถึง ต้องทึ่งในความสามารถ+ความบ้าของพวกนี้จริงๆ เชื่อมั๊ยว่าพวกเขาสามารถถามจนรู้เบอร์ห้อง ตะกายขึ้นลิฟต์ไปยืนสบตากับประตูห้องพัก เหอๆๆ...รู้นะว่าแอบเสียดายไม่เจอเจ้าตัวนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกมาจากห้องน้ำอ่ะ..
โนวๆๆ...ถ้าเจ้าตัวออกมาเจอสิเป็นเรื่อง เหอๆๆๆๆ...
สุดท้ายแล้ว เราก็ต้องรีบจัดการของบนโต๊ะให้หมดเพื่อจะมุ่งหน้าไปที่อื่น เราเกิดได้รับข่าวร้าย(?)ว่าเค้าไม่ได้ถ่ายที่นี่ ถ่ายกันที่วัดหนองโพธิ์ อำเภอบ่อพลอย...
"อยู่ตรงไหนวะ?" คิดไปก็เกาหัวกันคนละแกรกสองแกรก ไม่รู้เหมือนกันวุ้ย!... ว่าแล้วก็กระโดดขึ้นรถมุ่งหน้าไป บ่อพลอย...
ขับมาตามถนน ตามหลังฝูงโคมาเรื่อยๆ เราก็หาวัดหนองโพธิ์เจอ ตอนแรกที่อุ้มเอาแมสเสจให้ดู พวกเราทุกคนนึกว่ามันคือ "วัดหนองโพ" ตอนนั้นฉันแอบคิดนะ นมสดหนองโพนมโคแท้ๆ...เจ้าของมาสร้างวัดไว้แถวนี้เหรอ?แต่แหะๆ..ผิดถนัด วัดหนองโพ+ธิ์ต่างหาก...
ในระหว่างทางไปนี้ เรางัดวิชานางฟ้า(???)สารพัดชนิดขึ้นมาใช้เพื่อปิดข่าวเรื่องนี้ที่เริ่มแพร่กระจายออกไปตามเว็บเพจถ้าใครได้มาเห็นจะได้ตระหนักจริงๆว่าเครือข่ายนางฟ้าของพวกเรานั้นกว้างขวางในวงการนี้ขนาดไหน
เห็นวัดหนองโพธิ์แล้วเราก็ขับตามป้ายคำว่า Location เล็กๆที่ติดอยู่เข้าไป..ยิ่งเข้าไปยิ่งลึก...ยิ่งลึก...แต่มั่นใจว่าไม่หลงเพราะมีป้ายบอกทางตลอดว่าคือ Location จริงๆ ถึงตอนนี้พี่คนขับรถก็รู้แล้วว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของอีหกตัวนี้คืออะไร
"ขอโทษนะคะพี่ ที่อุ้มบอกพี่ว่ามาเที่ยว..." อุ้มบอกพี่คนขับเสียงอ่อย...
แอบนั่งใจตุ้มๆต่อมๆอยู่ตลอดเวลาว่าเข้าไปแล้วเขาจะให้เข้ารึเปล่า ยิ่งเห็นรถตู้ของทีมงานมากมายเวียนเข้าเวียนนออกแบบนั้นทำให้ยิ่งกลัวเข้าไปใหญ่ว่ามาถึงที่นี่แล้วจะเข้าไปไม่ได้ แต่ก็อย่างที่ฉันบอกไป มันคือโชคชะตา...ยังไงเราก็จะต้องได้พบกัน
"ถ่ายเสร็จรึยัง กองอยู่ตรงไหน?"เสียงพี่คนขับดังขึ้นในขณะที่ขับผ่านรถของทีมงานมา พวกเรานั่งอึ้งอยู่พักหนึ่งก่อนจะตบมือร้องวี๊ดว๊ายด้วยความดีใจ... พี่เขาก็เลยได้ชื่อใหม่เก๋ไก๋สุดๆ "พี่เนียน"
...ตลอดทริปนี้ ถ้าคุณไม่ได้มากับพวกเรา คุณไม่รู้หรอก ความหมายของคำว่า "มิตรภาพ" ซ่อนอยู่ในทุกหนทุกแห่งจริงๆ ...
เข้ามาถึงสถานที่ถ่ายทำจริงๆฉันก็ต้องตกตะลึง ขนาดฉันเองที่เรียกเมืองไทยว่าบ้านยังไม่เคยรู้เลยว่าบ้านของฉันมีสถานที่แบบนี้ซ่อนอยู่ สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้ามันคือทะเลทรายดีๆนี่เอง ทั้งเวิ้งว้างและแห้งแล้ง แดดเปรี้ยงสุดๆ ไม่มีต้นไม่ซักต้นจริงๆ กลางจังหวัดกาญจนบุรีมีสถานที่แบบนี้อยู่จริงๆ ฉันแอบชื่นชมในความสามารถของบริษัทจัดหาโลเกชั่นนิดหน่อย แล้วก็เอื้อมมือไปดึงม่านมาปิด ซ่อนตัวอยู่หลังม่าน...เพราะว่า
ฮือๆ..นั่นไง มารที่เรียกว่า "ทีมงาน" เดินเข้ามาแล้ววว
สุดท้ายแล้ว เราก็ไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ ได้แต่จอดรถอยู่ด้านนอก ยังดีที่เขายอมให้พวกเรายืนดูการถ่ายทำพร้อมกับส่งพัศดีหน้าหล่อใช้ได้มายืนคุมอีอึดพวกนี้ที่ตามมาถึงกาญจนบุรีไว้ด้วย ฉันเห็นตัวประหลาดขาวๆเสื้อเขียวนั่งอยู่บนรถโฟร์วีลผ่านไป ไม่ได้สนใจ สายตามองหาเซเว่นใส่เสื้อเขียวอยู่นั่นล่ะ
อีเสื้อเขียวอยู่ไหนวะ?? ก่อนจะรู้สึกตัวว่าไอ้ตัวประหลาดขาวๆที่เห็นไวๆเมื่อกี้นั่นล่ะเซเว่น...
นินทาเล็กน้อย.... เพนกวินกบมาบอกทีหลังว่านึกว่านั่นคือพวกกรรมกร (ขำ)
ตลอดเวลาสี่ชั่วโมงกว่าที่ยืนดูการถ่ายทำนั้น ให้ฉันได้ตระหนักจริงๆว่า ดาราไม่ใช่อาชีพที่ง่ายนัก งานของพวกเขาลำบากไม่น้อย การที่ต้องทนตากแดดเปรี้ยงๆขนาดคุณสุกได้แบบนั้นเป็นเวลานานมากๆไม่ใช่เรื่องที่จะทนได้ง่ายๆ แล้วยังต้องมาทำสิ่งเดิมๆซ้ำๆซากๆอยู่อย่างนั้นอีก ถ้าเป็นฉัน...ฉันคงโยนขวดเขียวๆนั่นทิ้งแล้วเผ่นกลับเกาหลีไปเรียบร้อยแล้ว
แต่เซเว่นไม่เหมือนกัน...เขายังอยู่ ยิ้มและโบกมือมองมาที่พวกเราตลอดเวลาถ้ามีโอกาส จากกล้องส่องทางไกลซุปเปอร์ซูมของพี่เนียนที่พี่เขายื่นมาให้ ฉันเห็นจริงๆว่าเขามองมาอยู่เสมอ...ไม่ใช่แค่ฉัน คนอื่นก็เช่นกัน
เป็นรอยยิ้มของเขานี้เองที่ผูกขาของพวกเราเอาไว้ที่นั่น ถึงจะเห็นเขาตัวเท่ามดก็ยังจะยืนอยู่ตรงนั้น ถึงจะร้อนจนแทบบ้า เมื่อยใจแทบขาดก็ยังจะอยู่ตรงนั้น อยู่จนกระทั่งเลิกกอง พวกเราก็ยังรอเพียงเพื่อจะโบกมือบ๊ายบายให้เขา...
บางทีก็แอบคิดว่าทำอะไรน่ะ? ไร้สาระจังเลย...ยืนตากแดดตากลมเห็นเขาแค่ตัวเท่ามดแบบเนี้ย!
แต่รู้อะไรมั๊ย?... ทันทีที่เขายิ้มให้ เพียงชั่ววินาทีเท่านั้น...แค่รู้ว่าเขายิ้มให้เรา
คำถามนี้ก็กลายเป็นเรื่องไร้สาระไปเลย
.
.
.
.
กลับมาถึงบ้านพี่ลินตอนเกือบห้าทุ่ม คุยโทรศัพท์กับน้องเชอร์รี่และประชุมเพลิงกันต่อ ...ได้รู้เรื่องที่ไม่คิดว่าได้รู้..สัจธรรมที่ว่า "อะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้ามีปาปริก้า" ก็กลายเป็นความจริงขึ้นมาซะอย่างนั้น
ใครจะไปนึกเล่าว่าจบทริปนี้แล้ว ฉันก็ต้องมานั่งบ่น...
"...สงสารควายว่ะ..."
(พักเดี๋ยวก่อน...อย่าเพิ่งไปไหนนะจ๊ะ ...อิคิวซังฝากมา)
ฉันว่าฉันรับรู้เรื่องราวอะไรเร็วและเยอะไปว่ะ
มันไม่หนักสมองหรือเป็นปัญหานะ
แต่เพียงแค่ว่า .. ฉันต้องไปนั่งทำใจทบทวนเหตุการณ์หลังจบทริปเกือบสามชั่วโมงว่ะ
... ยังไงก็ตาม ทริปนี้เป็นทริปที่ฉันประทับใจและสนุกมากๆเลย
ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยใจและเหนื่อยกายไปบ้างก็ตาม
*คราวหน้าเรียกใช้ฉันอีกนะ เพราะตอนแรกแค่จะถามเค้าว่าพักอยู่ในโรงแรมใช่มั้ย แต่กลับถามได้ถึงเบอร์ห้องเลยอ่ะ 5555+ ถ้าไม่ติดว่าเค้าไม่อยู่ห้องนะ คงต่อสายได้คุยไปแล้วอ่ะ
#1 By tan77 (61.91.101.176) on 2006-02-16 21:44