My Se7en experience :: Honey I Know...you're looking at me (5)

posted on 18 Feb 2006 15:38 by jajablink  in Journal

[เวลาประมาณ9โมงเช้า ในรถแท็กซี่กับการจราจรกลางเมืองที่ติดไม่ใช่น้อย]

เรานั่งแท็กซี่ตามติดรถตู้ของผู้ชายปากเบินมาติดๆ น้องเชอร์รี่พูดว่า "ตามไปติดๆเลยนะคะ แต่ไม่ต้องมากก็ได้" ทำเอาคนขับเริ่มงง แต่สุดท้ายเราก็สรุปว่า ยังไงก็ได้ ขอให้ไปให้ถึงจุดหมายเดียวกันก็พอ

จุดหมายปลายทางของเราในวันนี้คือสตูดิโอมูนสตาร์ ที่แถวแยกเหม่งจ๋าย นอกจากจะเป็นจุดหมายของพวกเราในวันนี้แล้ว ยังเป็นจุดหมายสุดท้ายในทริปนี้สำหรับพวกเราอีกด้วย เนื่องจากพวกเราตั้งใจจะไม่ไปส่งเขาที่สนามบิน

พี่คนขับบอกว่ายังไงเราก็จะไปถึงที่นั่นก่อนรถของเขา แต่ทำไมไม่รู้ เมื่อมาถึงบริเวณหมู่บ้านก็ต้องงงไปตามๆกัน รถตู้ของเขาขับอยู่ข้างหน้าเรา พี่คนขับดูจะงงเป็นพิเศษ ทำหน้าแบบว่า "มาถึงก่อนได้ไงวะ?"

ราชรถสีเหลืองเขียวมีคำว่า "แท็กซี่ส่วนบุคคล" อยู่ด้านข้างตัวถังของพวกเราก็ขับมาจอดอยู่หลังรถตู้ของเขา พวกเรารีบลงจากรถอย่างรวดเร็ว ที่หน้าสตูดิโอนั้นมีแฟนคลับมารออยู่เป็นจำนวนหนึ่งแล้ว ไม่นานนัก เขาก็ลงมาจากรถ ฉันนึกว่าจะได้เห็นสิ่งมีชีวิตตัวขาวๆใส่เสื้อฮูตสีแดงกางเกงสามส่วนลายทหาร สวมรองเท้าผ้าใบที่พวกเราลงความเห็นกันว่าสวย - เดินลอยๆลงมาจากรถ ...แต่ผิดคาด คุณพี่เดินลงมาจากรถด้วยอาการยิ้มร่า โบกไม้โบกมือทักทายแฟนๆ อย่างกับว่าตัวประหลาดที่เดินท่าทางลอยๆออกมาจากลิฟต์เมื่อเช้านั่นไม่ใช่เขา

ยิ่งเห็นทำให้ยิ่งมั่นใจ ทฤษฎี "แต่งหน้าแล้วอารมณ์ดี"* ของฉันเป็นความจริงแน่นอน!

...ในมือของเชอร์รี่ยังมีดอกกุหลาบสีขาวอีกดอก เขาเห็นรึเปล่านะ?...

เซเว่นเดินเข้าไปด้านในคาดว่าแต่งหน้าทำผมเสริมหล่อ แล้วก็ออกมาเพื่อจะไปกินข้าว นับ1-2-3แบบวันทูคอลแล้วก็ออกมาใหม่ ไม่รู้ว่ากินหรือยัดกันแน่ แต่ที่แน่ๆ...

สายตาของเขามองมาที่กลุ่มเรา ยืนยันได้จากรูปถ่ายในกล้องของอุ้ม ทุกๆก้าวของเขามองมาและยิ้มให้ ฉันไม่รู้ว่าเขาจำได้รึเปล่าว่าคือพวกเราที่ติดตามเขามาสี่ปีแล้ว เดินผ่านแฟนคลับตั้งมากมายแต่เขามองมาแต่ที่นี่ 200เมตร...100เมตร...50เมตร...

...ไม่มีใครรู้แต่พวกเรารู้ ไม่ได้คิดไปเองแต่มันคือเรื่องจริง...

10เมตร...5เมตร..2เมตร..1เมตร

...แล้วเขาก็ยื่นมือมาสัมผัสกับมือเชอร์รี่ ฉันคิดว่าป่านนี้น้องรู้แล้วว่าที่พวกเราบอกน้องว่ามือของเขานิ่มจริงๆนั้นเป็นอย่างไรและฉันก็รู้ว่ารอยยิ้มของเขาจะไม่มีวันหายไปจากใจน้องได้อีก

เหมือนกับที่ฉันเป็น

การยืนรอเขาอยู่หน้าสตูดิโอที่มีเพียงประตูกระจกกั้นมันอาจจะทรมาน แต่มันก็เป็นความสุข การที่เขาเดินผ่านไปผ่านมาเป็นพักๆแล้วแวะมาทักทายเป็นกำลังใจอย่างหนึ่งให้นั่งอยู่ตรงนั้น ทุกๆครั้งที่เขาเดินผ่านมาไม่เคยทำให้ผิดหวัง จะต้องมีรอยยิ้มและดวงตาเป็นประกายเป็นของขวัญ รวมไปถึงสายตาที่มองมาที่พวกเราเหมือนกับว่าจำพวกเราได้

"นี่เป็นสิ่งที่น้องควรจะได้รับ" พี่บงกชบอกอุ้มตอนเขามาโปรโมทริปที่นี่ในช่วงอัลบั้มที่สอง ฉันไม่รู้ว่าคนอื่นจะคิดแบบไหน ไม่ได้บอกว่าเขาลำเอียงหรือฉันคิดเข้าข้างตัวเอง แต่ฉันคิดว่าเขาเองจำแฟนเพลงของเขาได้ทุกคน และเขาก็จำพวกเราได้ด้วย สี่ปีที่ผ่านมากับเว็บเซเว่นไทยแลนด์ก็เหนื่อยไม่ใช่น้อย ...อารมณ์เสียบ้าง ร้องไห้บ้าง โดนด่าอย่างนั้นอย่างนี้บ้าง...

...ขอแค่รอยยิ้มของเขาที่ได้เห็นนานๆครั้ง น้ำตาก็ดูเป็นเรื่องเล็กน้อย เว็บที่ทำไม่ใช่เพื่อใคร เพื่อเขานั่นแหละ สร้างขึ้นมาเพื่อให้มีคนรักเขามากๆก็เท่านั้นเอง...

แล้วก็เป็นรอยยิ้มของเขานี่แหละที่ไปลากคนที่เป็นไข้มาสองวันแล้วให้เดินโซเซออกมาจากวิมานแถวดอนเมือง ด้วยความเป็นห่วงของเป็ดแถวเหม่งจ๋ายจนต้องโทรไปเช็คว่ายังอยู่ดีรึเปล่าเกือบตลอดเวลา ดีที่มาถึงโดยสวัสดิภาพพร้อมกับอาการโล่งใจของเป็ด

ไม่รู้เพราะสาเหตุนี้รึเปล่า ค่าโทรศัพท์เดือนนี้ปาเข้าไปจะ1200

สาวดอนเมืองมาทันจับจองที่นั่งหน้าประตู แล้วเธอก็ได้รับของขวัญสมใจที่เอาตัวเองออกมาจากบ้าน ในขณะที่กำลังนั่งๆกันอยู่ เขาก็เดินออกมาเอาหน้าแปะกับกระจกแล้วก็โบกมือบ๊ายบายเรียกเรตติ้งเป็นการใหญ่ คาดว่าเจ้าตัวคงไม่รู้ว่าเกือบจะได้เป็นศัตรูกับเฮซองฮยอง

...เวลาผ่านไปแล้วชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า ฉันนับครั้งได้ว่าเขาเดินออกมาให้พวกเราเห็นกี่ครั้ง ครั้งหนึ่งผ่านไปแล้วเราก็นั่งต่อเพื่อจะดูครั้งต่อไป ครั้งต่อไปมาถึงแล้วเราก็ยังอยู่ตรงนั้นเพื่อจะรอครั้งต่อไป มันวนเวียนอยู่อย่างนี้ตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงเกือบหกโมงเย็น

...อย่าพูดว่าเสียเวลา อย่าบอกว่าฉันไร้สาระ ฉันเป็นคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นยังไม่เสียใจเลยกับเวลาค่อนวันที่เสียไป หลังจากนั้น ความรู้สึกที่ตกค้างมันมีความหมายเหลือเกินจริงๆ

เมื่อกานถ่ายทำเสร็จสิ้น พวกเราก็ลุกขึ้นเตรียมจะบอกลาเขา นั่งมาทั้งวันก็เพื่อช่วงเวลาสุดท้ายนี้ ตั้งใจจะทำให้ประทับใจที่สุด

เสียงของตาลกับอุ้มร้องเพลงมูนชินดังขึ้นก่อนที่เสียงคนอื่นจะดังตามมาแต่ก็ไม่ดังมาก คิดว่าเพราะมัวแต่สนใจเขาแต่ที่ดังที่สุดในใจพวกเราคือเสียงของเขา เขาได้ยินพวกเราร้องเพลงและหันมา ร้องคลอตามและชะเง้อหน้ามองหาพวกเรา ...มันเป็นภาพที่ประทับใจที่สุด อดทนมานานก็เพื่อช่วงเวลานี้ เขาขึ้นไปในนั่งในรถ มองน้องเชอร์รี่แล้วชี้ดอกไม้กับกล่องของขวัญของน้องที่วางอยู่ตรงหน้าเขาก่อนประตูรถจะเลื่อนปิด

.

.

.

ทุกคนตามเขาไปหมดแล้ว ฝุ่นกับควันรถจางๆลอยตลบอบอวลอยู่ด้านหลัง มีเพียงพวกเราที่ยังอยู่หมุนไปรอบๆไหว้พี่ๆทีมงานที่น่ารักทุกคนอยู่ปลกๆ ตลอดทั้งทริปนี้มีผู้คนให้พวกเราขอบคุณมากมาย จนถึงทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกติดค้างอยู่ ซักวันหนึ่งเราจะตามไปขอบคุณพวกเขาแน่นอน

ปูใส่ข้อความนี้ไว้ในซิกเนเจอร์ที่บอร์ดชินฮวาไทยแลนด์

We'll remember all things that u do 4 us.Thx u so much.U let us know u love us too.

ฉันเห็นด้วยร้อยเปอร์เซนต์

.

.

.

[วันเสาร์ที่18 กุมภาพันธ์ : เวลาบ่ายสามโมงยี่สิบแปดนาที]

เสียงคีย์บอร์ดดังเป็นจังหวะในขณะที่ฉันเรียบเรียงประโยคสุดท้ายของบันทึกความทรงจำนี้ ฉันหันหน้าไปมองท้องฟ้าใสๆของจังหวัดสมุทรสาคร แล้วก็ยิ้ม

ฉันเคยบอกว่า ไม่รู้ว่าเขาจะเคยคิดเหมือนพี่โอรึเปล่าที่พี่โอพูดว่า "อยากรู้ว่าทำอะไรไว้ถึงได้มีคนรักมากมายขนาดนี้"

นั่นก็ยังคงเป็นปริศนาอยู่สำหรับฉัน แต่สำหรับตอนนี้ ฉันกำลังอยากรู้ว่าฉันทำอะไรเอาไว้ในชาติที่แล้วถึงได้มาพบเจอเขา ได้เจอเพื่อนที่วิเศษที่สุด ได้เจอผู้คนที่น่ารัก...

...ก็บางทีฉันจะได้ทำแบบนั้นอีก แล้วเราจะได้พบกันอีกครั้งไง...

ก่อนจะจบเรื่องนี้ ฉันนั่งนึกอยู่ซักพักก่อนจะหัวเราะออกมา คิดถึงคำว่า "See ya!" ที่เขาพูดไว้

...แล้วเราจะต้องได้พบกันอีก...

.

.

.

.

หลังจากจบเรื่องนี้แล้วก็ทำให้ฉันได้รู้ว่าควายก็น้อยใจเป็น...เรื่องที่เขายิ้มให้พวกเราแน่ใจแน่นอนไม่ได้ดูผิดไปหรือว่าคิดไปเอง และนั่นก็ทำให้พวกเรามีความสุขเอามากๆ ....และแล้ววาเลนไทน์ปีนี้ก็เป็นวาเลนไทน์มูลค่าสี่ร้อยบาทไปสำหรับพี่ลิน

----------------------------------------

จบแล้วเงิ๊บบบบบ ขอบคุณที่ติดตามอ่าน อ่าหุๆๆๆๆๆ

[*ขยายความ - เป็นความเชื่อส่วนตัวว่าเวลาอารมณ์เสีย ถ้าได้ลุกขึ้นมาแต่งหน้าซักหน่อยจะทำให้อารมณ์สดใสขึ้น เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่ต้องการสมาธิค่อนข้างสูง จะทำให้ตัดเรื่องกังวลออกไปได้อย่างรวดเร็ว จิตใจจะโฟกัสอยู่ที่การเขียนอายไลเนอร์อย่างไรให้ตาดูโตขึ้นกะเค้าบ้าง เป็นต้น]


edit @ 2006/02/18 16:08:02
edit @ 2006/02/18 19:08:44
edit @ 2006/02/18 19:09:32

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ฉันรักเค้า .. รักรอยยิ้มของเค้า รักความใส่ใจและความเป็นห่วงของเค้า
แต่สุดท้ายนี้ฉันก็ยังรักเฮซองเหมือนเดิมนะ
เค้าเกือบทำให้ฉันเอนไปหาเค้าทั้งตัวไปแล้วสิ ^^
รักแกนะเป็ดเหม่งจ๋าย 5555+

#1 By tan77สาวดอนเมืองที่ซมพิษไข้มาหารอยยิ้มของเค้า(ศัตรูของเฮซองโดยไม่รู้ตัว) (61.91.101.32) on 2006-02-18 16:14

huhuhu... ..

สมใจอยากแล้วนะ ต่าย ณ ดอนเมือง
เป็ด ณ เหม่งจ๋าย จ๋า.. ขอโทษที่ทำให้เบื่อนะ

แต่ว่า

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

เป็นอะไรที่ดีที่สุดในชีวิตเราเลย ล่ะ

รักพวกแกว่ะ

#2 By PenGuin oummy on 2006-02-18 17:41

555...ขอบคุณและก็ขอโทษทุกคนน้าค้า
ทำให้เหนื่อยล่ะ...ยังจะพาไปทัวร์ทุ่งควายอีก แย่จิงง. แต่ทำไมพี่จ้าจำได้เยอะจัง.....เชอรี่จำไรไม่ได้เลยง่า....

#3 By Cher^o^ (61.91.224.15) on 2006-02-18 17:59

คือพออ่านเนื้อหารวมกับเสียงเจย์แล้วมันชวนน้ำตาไหลว่ะ

เก็บครบหมดเลยนะน้อง พี่หาตัวตายตัวแทนได้แล้ว ถ้าพี่ป่วยเจ๊งขาดงาน ฝากจ้าแทนละกัน 555

รักเซเว่น รักทีมงานเว่นชุดนี้ รักพวกเราทุกคน นานแล้วที่ไม่ได้ทำอะไรอย่างนี้ด้วยกัน เหตุการณ์นี้มันทำให้รู้ว่าเราผูกพันกันแค่ไหน อยากให้ "รักของเรา" คงอยู่นานๆ

ปล. จะรักมากกว่านี้ ถ้าเธอช่วยหยุดพูดถึงเรื่องวานเลนไทน์400

#4 By 7tyms (61.90.101.191) on 2006-02-18 22:11

^ แหมมม ก็มานประทับจาย = v =~

#5 By Jaja_Blink on 2006-02-18 22:18

จบแล้วรึคะ...

ตกลงก็ได้ลึกซึ้งถึงแก่นกับคำที่ว่า
"สงสารควาย" พึ่งเข้าใจ คิดว่าเขาเอาควายมาถ่ายโฆษณาด้วยเหรอ (น้านคิดไปน้าน)

#6 By patta_oil (58.9.210.78) on 2006-02-20 16:21

ไอ่คุณ เป็ด บางน้ำจืดคะ คุณพลาดหลายชอต ค่ะ
คนเดินถือกุหลาบลงจากรถมาครั้งแรก คือ เดี๊ยนเองฮ่ะ พร้อมกับของพะรุงพะรังเดินตามมาเฉื่อยๆ เพราะโดนเพื่อนทิ้งเดินไปดูเว่นข้างหน้ากันหมดแล้ว โฮวววว
ช้านร้องมุนชินด้วยนะแก แกลืมช้านได้ไง >////< อีนี่เปนไรมากมั้ยเนี่ย...อนาถมาก แกลืมช้านนน ไม่ยอมมม

#7 By littlekrab (202.28.62.245 /unknown, unknown) on 2006-02-23 20:08

Jaja_Blink View my profile